สายลมหนาวกับเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (มาอีดิท) 
ตอนนี้เรายังอยู่กันที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย
(เผื่อคนมาทีหลังไม่รู้)
รัสเซียมีประชากร 142 ล้านคน
3%อยู่ที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
นครเซนต์ปีเตอร์นี้นอกจากจะถูกขนานนามว่า ราชินีแห่งยุโรปเหนือ แล้ว
ยังมีอีกสมญา "เวนิสแห่งขั้วโลกเหนือ"
มองไปทางไหนก็มีแต่คลองและสะพาน
เมืองนี้สร้างอยู่ปากแม่น้ำเนวา
ประกอบด้วยเกาะ 42 เกาะ แต่ก่อน 101 เกาะ
แต่แล้วก็มีการถมที่เพื่อเชื่อมเกาะ
มีแม่น้ำลำคลองเป็นร้อยสาย (อันนี้ไม่แน่ใจ)
มีคลองถึง 68 คลอง (อันนี้ชัวร์)
มีสะพานถึง 460 สะพาน
และมีสะพานสำหรับเรือเดินทะเลที่เปิดปิดได้ด้วย

ตึกรามบ้านช่องก็..อืมม..ธรรมดานะ
เป็นตึกแบบเรียบๆโล่งๆอิฐๆ
ไม่สวยวิจิตรเหมือนทางเชค ออสเตรีย ฮังการี
ไม่น่าเกรมขามเหมือนชาเล่ย์ของเยอรมัน

ธรรมดามั๊ย
วันที่เดินทางอยู่รู้สึกจะเป็นวันหยุด
อ้อ วันแรงงาน May Day
กับวันเสาร์ที่ 3 พค.เป็นวันชนะสงครามอะไรซักอย่างล่ะ
น่าจะมีจดไว้แต่ยังไปไม่ถึง ขออุบไว้ก่อน
ก็เป็นวันหยุด รัฐบาลเลยประกาศให้วันที่ 2 พค.หยุดด้วย
หยุดติดกัน 3 วันและมาทำงานอีกทีในวันอาทิตย์แทน
เออ แปลกดีเนอะ มีงี๊ด้วย
จะเล่าว่า พอวันหยุด คนจะออกไปเที่ยวพักผ่อนกัน
ที่บ้านพักตากอากาศ ที่เรียกว่า ดาช่า
ไปศุกร์กลับอาทิตย์
...
วันนี้อาจจะอัพได้ง่อยหน่อย
เพราะลืมเอาสมุดโน้ตน้อยกลับมา
ข้อมูลส่วนใหญ่ก็อยู่ในนั้นซะด้วย
ถ้าไงจะมาอีดิททีหลังนะ
(มาแล้ว)
...
หลังจากชมพระราชวังฤดูหนาวเฮอมิเทจในช่วงเช้าแล้ว
บ่ายมาต่อกันที่พระราชวังฤดูร้อน ปีเตอร์ฮอฟ
ชื่อเต็ม เปโตรควาเรสต์
ลอกมา เค้าเขียนกันแบบนี้

ลายมือสวยสิ้นดี - -"
...
พระราชวังนี้อยู่ริมฝั่งทะเลบอลติก
ศิลปะส่วนใหญ่เป็นแบบบาร็อกผสมผสานกับเรอเนสซองค์

สมกับเป็นสถาปัตยกรรมยุคทองของแท้
พวกวังเนี้ย น่าจะสร้างเลียนแบบกันมาจากทางยุโรป
เช่น แวร์ซาย (ว่ากันว่านะ เราก็ไม่เคยไป)
...
ลืมบอก ทุกๆวังที่ไปจะต้องใส่ถุงเท้าแบบนี้

พื้นจะได้ไม่เสีย
เก็บตังค์แพงเหมือนกันทุกวัง และเสียค่าถ่ายรูปด้วย
อ้อ..และถ้าใส่เสื้อโค้ดตัวใหญ่ซักนิด
หรือถือกระเป๋าใหญ่ซักหน่อย ก็ต้องฝากไว้ข้างหน้า

แน่นอน..ต้องมีผู้คุมประจำห้อง
ส่วนใหญ่ผู้คุมเหล่านี้จะเป็นคนชรานะ
เหมือนว่าให้โอกาสคนแก่ทำงานเพื่อมีรายได้มั๊ง

....
ที่ประทับจริงของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช

ดูโต๊ะดิ..เท่ห์มาก
...

...
ศิลปะแบบบาร็อค

แหะๆ วันนี้ไม่มีข้อมูล
อย่างว่า ไม่มีสมุดโน้ตน้อย เลยง่อย รับประทาน
ไว้รายละเอียดจะมีอีดิทคราวหน้า
คราวนี้ดูรูปกันไปพลางๆก่อน
แต่ก่อนเทียนที่ใช้เป็นเทียนจริงๆนะ
จะมีคนคอยมาเติมให้ตลอด

...
บอกไปยังนะว่าสร้างเลียนแบบจากวังแถวยุโรป
คือ พระราชวังแวซายนั่นล่ะ
มันทองทา ทาทอง เททอง เต็มไปด้วยทอง
บางมีมันอลังก็จริงแต่ดูมันเว่อร์ไปเนอะ

...
กระจกแบบนี้ มีแทบทุกวัง
พอมองเข้าไปก็จะสะท้องจะเห็นกระจกเป็นพันบาน (เว่อร์)

...
ห้องโถงแบบนี้ก็มีทุกวัง
จะหรูมากหรูน้อยขึ้นกับการใช้งาน (มั่ว คิดเอาเอง)

ก็มันไม่ทองทาทับแบบวังอื่นนี่นา - -"
...
ไม้โอ้ค ที่จำประวัตไม่ได้
แต่ที่ไล่สีอ่อนแก่น่ะ ของจริง
คือตัดจากไม้โอ้คที่มีสีอ่อนแก่ต่างกันไป

...
ภายนอกมีสวนหย่อมและน้ำพุ
สร้างเลียนแบบพระราชวังแวร์ซาย แต่..ไม่ได้ลงไปดู
เพราะยังไม่มีดอกไม้ (ใบไม้ดอกไม้ยังไม่ผลิ)

...
ตกเย็นไปดูการแสดงพื้นเมือง




ก็ประมาณร้องเพลงท้องถิ่น การแสดง เต้นระบำ
แต่ดูยังไงก็สู้นาฏศิลป์ไทยไม่ได้
...
...
เฮ้อ..หมดอารมณ์เหล้า เอ๊ย เล่า
ซะงั๊น
พอข้อมูลไม่มี ไม่ปึ๊ก ก็เล่าไม่ออก
สังเกตการใช้ภาษาที่แตกต่างจากไดหน้าที่แล้ว
เฮ้อ..ความตื่นเต้นในการอยากเล่าก็ลดลง..
เอาเป็นว่า ค้างไว้ก่อน
ทะยอยลงไปเรื่อยๆดีกว่าเนอะ..
ยังมีเรื่องอีกมากที่อยากให้รู้
เพราะคุณไกด์เรายัดเยียดประวัติศาสตร์ให้อย่างจุกอก
...
...

...
...
พูดถึงชีวิตช่วงนี้ดีกว่า..
งานก็เรื่อยๆ
มีทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน(แผนกอื่น)อยู่บ่อยๆ
แบบ..แผนกอื่นชอบโยนงานมาให้เพื่อนร่วมงานเรา
ที่เป็นแผนกเดียวกะเราทำ
คือมันเป็นเด็กไง ปฏิเสธคนอื่นไม่เป็น
และ แผนกเดียวกัน ยังไงก็ต้องช่วย
พื้นที่ก็มีจำกัด คนก็น้อย
พอไปโวยกะเจ้านาย ก็โดนแผนกอื่นเขม่น
เออ..เซ็งเลย
...
ส่วนเรื่องที่เรียนภาษา ก็ค่อนข้างเข้าที่
ตามอ.ทัน และไม่หดหู่อย่างที่เคย
อ.ก็ขี้โม้เหมือนเดิม แต่บางทีก็น้อยลง
แต่บางเรื่องที่พูดนอกเรื่อง จริงๆก็มีประโยชน์ล่ะ
เพียงแต่มันเสียสมาธิไง
เพื่อนๆร่วมชั้นกว่าสองร้อย หรือร้อย
ก็ขยันขันแข็งกันดี
ก็คิดว่าเป็นเพื่อนเรียนละกัน ไม่มีใครทำกันเดือดร้อน
สรุป ปรับตัวได้
...
แต่..
มีข้อกังวลใจใหม่มา
...
เมื่อประมาณอาทิตย์ก่อน
เพื่อนสมัยเกษตร(ป.ตรี)นัดกัน
ก็ถึงได้รู้ว่าเพื่อนๆเค้าได้ดีกันหมด
มีคนเป็นถึง marketing manager แล้วด้วย
ไม่ได้อิจฉาอะไรเพื่อนนะ
แต่คิดถึงตัวเอง
ยังยืนหั่นผัก พิมพ์เอกสารอยู่เลย
ประสบการณ์ทำงานสองปี
ทำไงให้โตไวไว
ก็ต้องทำกันต่อไป จะได้มีประสบการณ์เยอะๆ
หรือต้องเปลี่ยนงาน เงินเดือนและหน้าที่การงานจะเกิดตาม
ซึ่งตอนนี้ก็พยายามอยู่
แต่..เราก็อยากไปเรียนต่อหนิ
ไปเรียนแล้วมันจะเสียเวลาไปอีกไง
เราเสียเวลาเรียนป.โทไปแล้วสามปี
เท่ากับก้าวช้ากว่าเพื่อนไปแล้วสามปี
ถ้าไม่วิ่งก็ตามไม่ทัน
อ้อ..รวมถึงพี่นัส เพื่อนๆพี่นัส
ซึ่งแก่กว่าเราแค่ปีเดียว
เค้าก้าวหน้ากันไปไกลแล้ว
เลยหันกลับมาคิดใหม่ ไปเรียน MBA หรือไม่ อย่างไรดีนะ
ไม่เป็นไร ยังไงก็สอบโทโฟ่ไว้ก่อน
ยังมีเวลาให้คิด
...
.. |